หมวดที่ 1 ความทั่วไป

ข้อ 1 สมาคมนี้ชื่อว่า "สมาคมศิษย์เก่าราชภัฏเพชรบุรี" ใช้อักษรย่อว่า "สรภ.พบ." มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Phetchaburi Rajabhat Alumni Association ที่มีชื่อย่อว่า "PBRA"

ข้อ 2 เครื่องหมายตราสัญลักษณ์ของสมาคม

ข้อ 3 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 38 หมู่ 8 ต.นาวุ้ง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000 โทร. 032-405522 โทรสาร 032-493278

ข้อ 4 วัตถุประสงค์

        4.1 เป็นเป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานระหว่างศิษย์ รุ่นต่างๆ ประกอบด้วยศิษย์เก่าวิทยาลัยครูเพชรบุรี ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏเพชรบุรีและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีหรือที่เคยเรียกเป็นอย่างอื่นแต่หมายถึงสถาบันการศึกษาแห่งเดียวกัน
        4.2 เพื่อให้ความช่วยเหลือและผดุงเกียรติของสมาชิกศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน
        4.3 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย
        4.4 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก
        4.5 เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีสังคมและประเทศชาติ
        4.6 เพื่อกระทำการอื่นใดอัน จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น โดยดำเนินการเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ได้มุ่งแสวงหาผลกำไรไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด ไม่ดำเนินการใดๆที่เกี่ยวกับการพนัน การหาผลกำไรมาแบ่งปันกันตลอดจนไม่ทำให้เสื่อมเสียศีลธรรมจารีตประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

 หมวดที่ 2 ความทั่วไป

ข้อ 5 สมาคมนี้ชื่อว่า สมาคมศิษย์เก่าราชภัฏเพชรบุรีมี 2 ประเภทประกอบด้วย
        5.1 สมาชิกสามัญต้องมีคุณสมบัติเป็นศิษย์เก่าประกอบด้วยศิษย์เก่าวิทยาลัยครูเพชรบุรีศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏเพชรบุรีและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีหรือที่เคย เรียก ชื่อเป็นอย่างอื่น แต่หมายถึงสถาบันการศึกษาแห่งเดียวกัน
        5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ทรงเกียรติคุณ มีความรอบรู้และมีอุปการะคุณแก่สมาคมศิษย์เก่าราชภัฏเพชรบุรีซึ่งคณะกรรมการสมาคมยกย่อง โดยมีมติเป็นเอกฉันท์และให้เสนอต่อที่ประชุมใหญ่เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่มีมติให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

ข้อ 6. การขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 5.1 และชำระเงินค่าทะเบียนสมาชิกและค่าบำรุงสมาคมจำนวน 100 บาท

ข้อ 7 การสิ้นสุดการเป็นสมาชิก
        7.1 ตาย
        7.2 ลาออกโดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการของสมาคม
        7.3 กระทำการอันใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีโดยมติความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ 8 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
        8.1 เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับ การดำเนินงานของคณะกรรมการสมาคม
        8.2 ได้รับการแจ้งข่าวสารต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและการประสานงานด้านต่างๆ
        8.3 สมาชิกได้รับความช่วยเหลือเมื่อมีความจำเป็นตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม
        8.4 สมาชิกลงลายมือชื่อไม่น้อยกว่า 100 คนทำหนังสือขอจัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
        8.5 สมาชิกมีสิทธิ์ร้องขอต่อคณะกรรมการขอตรวจสอบเอกสารทางการเงินหรือบัญชีหรือทรัพย์สินของสมาคมได้
        8.6 สมาชิกทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้และระเบียบทั้งหลายซึ่งคณะกรรมการจะกำหนดโดย อาศัยอำนาจตามข้อบังคับนี้
        8.7 สมาชิกมีหน้าที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับสมาคม

 หมวดที่ 3 การดำเนินงาน

ข้อ 9 การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคมให้อยู่ภายใต้ การอำนวยการของคณะกรรมการบริหารสมาคมซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คนและไม่เกิน 21 คน ให้ที่ประชุมโดยสมาชิกสามัญเลือกนายกสมาคม 1 คนแล้วให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการ บริหารของ สมาคม ไม่เกิน 20 คนซึ่งตำแหน่งต่างๆของคณะกรรมการบริหารสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังนี้
        9.1 นายกสมาคมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมกำหนดนโยบายในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
        9.2 อุปนายกทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกในการบริหารกิจการของสมาคมตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
        9.3 เลขานุการทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติภารกิจของสมาคมรับผิดชอบการดำเนินงานภายในสำนักงานสมาคมประสานงานการจัดกิจกรรมภายในระหว่างคณะกรรมการสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของเว็บสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
        9.4 เหรัญญิกทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคมเป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายบัญชีเข้าประชุมของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบและปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมมอบหมาย
        9.5 นายทะเบียนทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าขึ้นทะเบียนสมาชิกและค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
        9.6 ปฏิคมทำหน้าที่ในการต้อนรับและแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคมและปฏิบัติตามที่นายกสมาคมมอบหมาย
        9.7 กิจกรรมทำหน้าที่ในการวางแผนและจัดกิจกรรมให้กับสมาชิกของสมาคมและปฏิบัติตามนายกสมาคมมอบหมาย
        9.8 ประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เผยแพร่กิจการ และชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปได้ เป็นที่รู้จักเผยแพร่และปฏิบัติตามที่นายกสมาคมมอบหมาย
        9.9 กรรมการตำแหน่งเย็นอื่นๆตามความเหมาะสมคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งคณะกรรมการตามขั้นต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับกำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ 10 คณะกรรมการบริหารอยู่ ในตำแหน่งวาระ 2 ปีโดยนายกสมาคมจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกินสองวาระและเมื่อคณะกรรมการครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้วแต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาต ให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการและเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่ เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนทางราชการ

ข้อ 11 ตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสมาคมถ้าต้องว่างเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวหมดตามวาระให้คณะกรรมการบริหารสมาคมเชิญสมาชิกผู้ใดผู้หนึ่งที่เห็นสมควรเข้าเป็นคณะกรรมการบริหารแทนตามจำนวนที่ขาดแต่การที่เข้ามารับตำแหน่ง แทนอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทนเท่านั้น

ข้อ 12 กรรมการ บริหารสมาคมอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่การลาออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้
        12.1 ตาย
        12.2 ลาออก
        12.3 มติที่ประชุมใหญ่ไม่ไว้วางใจ
        12.4 ครบตามวาระ การลงตำแหน่ง
        12.5 ผลตามคำสั่งศาล

ข้อ 13 กรรมการที่ประสงค์จะขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารสมาคมให้ยื่นหนังสือลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารสมาคมมีมติให้ออก

ข้อ 14 คณะกรรมการบริหารสมาคมมีอำนาจและหน้าที่คือ
        14.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นอาจจะต้องไม่ขัดข้อบังคับฉบับนี้
        14.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
        14.3 มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระคลองคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
        14.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
        14.5 เมื่อมีอำนาจแต่งตั้งคณะประการในตำแหน่งเป็นเณรที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
        14.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจ อื่นๆตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
        14.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
        14.8 จัดทำงบดุลอย่างน้อย 1 ครั้งทุกรอบ 12 เดือนเมื่อคุณนั้นต้องมีรายการแสดงทรัพย์สินหนี้สิน บัญชีรายรับฉีด -รายจ่าย งบดุลจัดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคมภายใน 30 วันนับตั้งแต่สิ้นปีการบัญชี
        14.9 ตัวแทน สมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกคณะกรรมการสมาคมจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้กระทำแทนได้
        14.10 มีหน้าที่จัดประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวนหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมดหรือจำนวนสมาชิก 100 คนได้ลงลายมือชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วันตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
        14.11 มีหน้าที่จัดเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถให้สมาชิกตรวจสอบดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ         14.12 มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

หมวดที่ 4 การประชุม

ข้อ 15 การประชุมของสมาคมมี 3 ประเภทประกอบด้วย
        15.1 การประชุมใหญ่สามัญ
        15.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ
        15.3 การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ 16 การประชุมใหญ่สามัญให้คณะกรรมการบริหารสมาคมเรียกประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งองค์ประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วยสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คนในกรณีไม่ครบองค์ประชุมให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วันและอย่างน้อยต้องมีวาระดังนี้
        16.1 นายกสมาคมแถลงการณ์กิจการในรอบปี
        16.2 เหรัญญิกสมาคมเสนองบดุลซึ่งได้ผ่านการรับรองทำบัญชีแล้ว
        16.3 เลือกตั้ง คณะกรรมการสมาคมตามวาระของปีถัดไป
        16.4 ปรึกษากิจการของสมาคม

ข้อ 17 การประชุมใหญ่วิสามัญให้เรียกประชุมดังนี้
        17.1 คณะกรรมการบริหารสมาคมได้ ประชุมเห็นควรด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารสมาคมให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อประโยชน์ต่อสมาคม
        17.2 สมาชิกสามัญ 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า 100 คนลงลายมือชื่อทำหนังสือขอให้คณะกรรมการบริหารสมาคมเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อพิจารณากิจกรรมใดๆได้และให้คณะกรรมการเรียกประชุมภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันได้รับหนังสือ

ข้อ 18 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
        18.1 ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมประชุมปรึกษาหารือกิจกรรมของสมาคมนายปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 2 ครั้งตัวให้คณะกรรมการสมาคมเป็นผู้เรียกประชุมตามความเห็นชอบของสมาคมหรือของคณะกรรมการสมาคมตั้งแต่ 5 คน
        18.2 ในการประชุมคณะกรรมการบริหารท่านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะกรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือก ตั้งกันเองเพื่อให้คณะกรรมการคนหนึ่งคนใดเป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
        18.3 มติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้า ข้อบังคับไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นก็ถือให้คะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 19. การประชุมใหญ่และการประชุมกรรมการบริหารสมาคมทุกครั้งให้เลขาฯหรือผู้ช่วยเลขานุการสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุมและให้ประธานในที่ประชุมลงนามรับรองเพื่อเก็บรักษา ไว้เป็นหลักฐานและการประชุมทุกครั้งต้องมีการรับรองการประชุมในครั้งที่ผ่านมา

หมวดที่  5 การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 20 สมาคมต้องเก็บรักษาเงินไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ และการจ่ายเงินทุนสำรองหรือการจ่ายเงินเพื่อดำเนินกิจกรรมใดใดที่มีวงเงินมากกว่า 50,000 บาทต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมและการเก็บรักษาเงินของสมาคมต้องนำเงินสดฝากไว้กับธนาคาร

ข้อ 21 ให้เหรัญญิกจัดให้มีบัญชีการเงินของสมาคมพร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐานให้ถูกต้อง การรับเงินทุนทุกประเภทให้เหรัญญิกออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินทุกครั้งและต้องมีใบสำคัญอันมีรายการจำนวนเงินที่ถูกต้องหลักฐานการรับจ่ายต้องเก็บรักษาไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี

ข้อ 22 เมื่อไม่มีมติของคณะกรรมการเป็นอย่างอื่นให้คณะกรรมการมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเพื่อกิจการสมาคมดังต่อไปนี้
        22.1 ให้นายกมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายได้ไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท
        22.2 อุปนายกมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายได้ไม่เกินครั้งละ 30,000 บาท
        22.3 ให้เลขานุการมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายได้ไม่เกินครั้งละ 10,000 บาท

ข้อ 23 ให้นายกอุปนายกเลขานุการร่วมรับผิดชอบเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการเงินและหลักฐานทรัพย์สินของสมาคม

ข้อ 24 ให้นายกเลขานุการเหรัญญิกร่วมกันลงนามในใบสั่งจ่ายเงินของสมาคม

ข้อ 25 ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญแต่งตั้งผู้มีใบอนุญาตตรวจสอบบัญชีโดยมิใช่คณะกรรมการของสมาคมเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีจำนวน 1 คนและให้เหรัญญิกของสมาคมจัดทำบัญชีแสดงรายละเอียดงบดุลเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ภายใน 30 วันหลังจากสิ้นปีการบัญชีโดยผ่านการตรวจสอบและรับรองแล้ว

หมวดที่ 6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ 26 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับให้กระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่สามัญและได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงที่มาประชุม

ข้อ 27 การเลิกสมาคมจะเลือกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญของสมาคมเว้นแต่เป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่สามัญให้เลิกสมาคมต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกที่มาประชุมและองค์ประชุมใหญ่ต้องไม่น้อยกว่า 50 คน

ข้อ 28 เมื่อสมาคมต้องเลิกกิจการไม่ว่าด้วยเหตุใดให้ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ชำระบัญชีเรียบร้อย แล้วให้ตกเป็นของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีทั้งนี้เพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์ในการดำเนินงานด้านกิจการนักศึกษาต่อไป

หมวดที่ 7 บทเฉพาะกาล

ข้อ 29 ข้อบังคับนี้ให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่สมาคมได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องแล้วโดยให้ถือว่าผู้เริ่มกัน ทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ

 

อ้างอิงจาก : หนังสือ สมาคมศิษย์เก่าราชภัฏเพชรบุรี ปีที่ 1 ฉบับปฐมฤกษ์ ประจำเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2554